From automotive

Auto Added by WPeMatico

08-1510117546-2018-benelli-trk-251-revealed-at-eicma-1

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Benelli TRK251 สายลุยเลือดผสม

08-1510117546-2018-benelli-trk-251-revealed-at-eicma-1

หลังจากที่ทำการเปิดตัวไปที่งาน EICMA SHOW 2017 ที่ผ่านมา Benelli TRK251 รถมอเตอร์ไซค์ Sport Adventure สายพันธุ์อิตาเลี่ยน ก็สร้างกระแสฮือฮาไม่น้อยทีเดียว ด้วยการเปิดตลาดรถท่องเที่ยวผจญภัยในระดับ Entry Class ของ Benelli

โดยเจ้า Benelli TRK251 นั้นมีรูปร่างที่ไม่ได้ต่างไปจากรุ่นพี่อย่าง TRK502 มากนัก โดยจุดที่แตกต่างกันจะอยู่ที่เครื่องยนต์ขนาด 249 ซีซี 1 ลูกสูบแบบ DOHC ที่ให้พละกำลังสูงสุด 25 แรงม้าที่ 9250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 21.2 นิวตันเมตรที่ 8,000 รอบต่อนาที ซึ่งเครื่องยนต์ตัวนี้ผ่านมาตรฐาน Euro4 เป็นที่เรียบร้อย


Benelli “TRK502”


Benelli “TRK251”

TRK251 คันนี้โดดเด่นด้วยระบบกันสะเทือนหน้าหัวกลับ Upside-Down ขนาด 41 มิลลิเมตร ที่มีระยะยุบตัวถึง 120 มิลลิเมตร และอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือระบบเบรกแบบดิสก์เดี่ยวขนาด 280 มิลลิเมตร Radical Mount 4 ลูกสูบ วงล้ออลูมิเนียมอัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางแบบ Tubeless หรือไม่มียางใน

แน่นอนว่าเจ้า Benelli TRK251 คันนี้จะกลายเป็นคู่แข่งตัวสำคัญของรถในแนว Sport Adventure ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้อย่าง Honda CRF250Rally ที่เป็นเจ้าตลาดในคลาสนี้ และ Kawasaki Versys-X ที่พึ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ ส่วนเรื่องของการทำตลาดในประเทศไทยนั้น ต้องรอดูหลังจากการเปิดตัวเจ้าลูกสิงโต Benelli Leoncino ในงาน Motor Expo ซะก่อน ซึ่งทาง GreatBiker คาดการณ์ว่าทางค่ายน่าจะให้กลุ่มลูกค้า โฟกัสที่โมเดลนี้เป็นหลัก ก่อนที่จะเปิดตัวโมเดลต่อไปในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก warungasep.net autos.maxabout.com

FlatTracker1-770x450

CCM เปิดตัว Spitfire ในงาน Motorcycle Live ประเทศอังกฤษ

FlatTracker1-770x450

เป็นอีกหนึ่งค่ายรถมอเตอร์ไซค์จากประเทศอังกฤษที่ทำการพัฒนาโมเดลใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องและ ปีนี้ในงาน Motorcycle Live งานแสดงนวัตกรรมมอเตอร์ไซค์ที่จัดขึ้นในทุกๆ ปีที่ประเทศอังกฤษ ทางค่าย CCM ก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุด Spitfire ในแนวของ Flat Tracker ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางค่าย CCM ก็ได้เปิดตัวโมเดล Spitfire สองรุ่น ประกอบไปด้วย Spitfire Café Racer และ Spitfire Scrambler ด้วยจุดที่น่าสนใจก็คือขุมกำลังเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับทาง BMW Motorad   ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 600 ซีซี 1 ลูกสูบ 4 จังหวะ ความพิเศษอยู่ที่ตัววาล์วนั้นผลิตมาจากวัสดุชั้นดีอย่างไทเทเนียม ที่มีความทนทานสูง โดยเครื่องยนต์ให้แรงม้าสูงสุดที่ 55 BHP แรงบิดสูงสุดที่ 58 นิวตันเมตรที่ 5,500 รอบต่อนาที


CCM Spitfire “Scrambler”


CCM Spitfire “Cafe Racer”

โดยเจ้า Spitfire Flat Tracker โมเดลใหม่นี้เป็นการต่อยอดมาจากโมเดล Spitfire ที่กล่าวมาข้างต้น โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบของตัวรถใหม่ด้วยแฮนด์บาร์ยาว ให้ท่าทางการขับขี่ที่พร้อมลุยในทุกเส้นทาง รวมไปถึงระบบไฟรอบคันเป็นแบบ LED และโดดเด่นด้วยงาน CNC แบบผลิตทีล่ะชิ้นโดยช่างผู้ชำนาญ ซึ่งจะทำให้เจ้า Flat Tracker นั้นมีความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน


CCM Spitfire

Josh Drogan ผู้บริหารกิจกรรมลูกค้าของ CCM ได้กล่าวไว้ว่า “เรามียอดการขายที่สูงขึ้นจากปี 2016 โดยยอดขายกว่า 80% ของเรามาจากการจัดงานในครั้งนี้ เราเลยเลือกที่จะเปิดตัวโมเดลใหม่ในงานนี้ สำหรับ Spitfire Flat Tracker จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างออกไปจากโมเดลก่อนๆ ของ CCM และเราพร้อมที่จะส่งมอบรถได้ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ปีหน้า”

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก rideapart.com

img

เตรียมพบกับ Yamaha SCR950 ครั้งแรกในประเทศไทยในงาน Motor Expo 2017

img

การรอคอยอันแสนยาวนานของพวกเราชาวไทยได้สิ้นสุดลงแล้ว เมื่อทางค่าย Yamaha ประกาศชัดเจนถึงรถโมเดลใหม่ที่จะทำการเข้ามาเสริมทัพในงาน Motor Expo ครั้งนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของ Yamaha SCR950 เรโทรเนกเกตคันงามที่เรารอคอยกันมาอย่างยาวนาน

สำหรับเจ้า Yamaha SCR950 จะมาพร้อมกับขุมกำลังขนาด 942 ซีซี แบบ V-twin แบบ SOHC  8 วาล์ว single pin crankshaft  ระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์บล็อกเดียวกับรถตระกูล Bolt ที่ให้แรงบิดสูงสุดที่ความเร็วรอบเครื่องยนต์เพียง 3000 รอบต่อนาที อัตราส่วนกำลังอัด 9.0 : 1 ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก 85 X 83 มม. กระบอกสูบผลิตจากอะลูมิเนียมผสมเซรามิค “Liner-less”  ลูกสูบอลูมิเนียมฟอร์จขึ้นรูป มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหัวฉีดคู่อิเล็กทรอนิกส์  มีขนาดเรือนลิ้นเร่ง 35 มม. มีเซ็นเซอร์จับอุณหภูมิ TPS เพื่อให้กล่อง ECU สามารถคำนวณอัตราส่วนผสมไอดี ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ 5 สปีด ระบบคลัทซ์แบบเปียก ส่งกำลังสุดท้ายด้วยสายพาน


โครงสร้างตัวถัง double cradle steel frame ระบบกันสะเทือนหน้าโช้คอัพเทเลสโคปิก 47 มม. จาก KYB โช้คอัพหลังแก๊สคู่ตามสไตล์ของรถ Scrambler ที่ปรับตั้งค่าความแข็งอ่อนของสปริงได้แบบฟรีโหลด ขนาด 28 มม. เบรคหน้าดิสก์เดี่ยวขนาด 298 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบ เบรคหลัง ดิสก์เดี่ยว ขนาดจาน 298 มม. คาลิเปอร์ 1 ลูกสูบ วงล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว ขนาดหน้ายาง 100/90-19 วงล้อหลัง 17 นิ้ว ขนาดยาง 140/80-17 มิติตัวรถมีความยาว 2,250 มม. กว้าง 894 มม.  สูง 1,165 มม. ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง 830 มม. ระยะฐานล้อ  1 574.8 มม. ถังน้ำมันจุได้ 12 ลิตร

สำหรับเรื่องของการเปิดตัวในงาน Motor Expo ครั้งนี้ทาง Yamaha จะทำการเปิดราคาอย่างเป็นทางการ ซึ่งทางพวกเราทีมงาน GreatBiker ก็จะไปเกาะติดเหตุการณ์กันถึงที่งาน และจะรายงานความเคลื่อนไหวให้เพื่อนๆ ได้ทราบกัน ติดตามกันได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.totalmotorcycle.com

pVCqjMX1

ก่อนจะมาเป็น 2018 New Kawasaki Ninja250 / 400

pVCqjMX

หลังจากที่มีข่าวการเปิดราคาอย่างเป็นทางการ สำหรับเจ้า Kawasaki Ninja250 / 400 ด้วยราคาที่เรียกได้ว่าไม่ได้หนีไปจากโมเดลเดิมอย่าง Ninja300 มากนัก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งคันนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่น่าจับตามองในงาน Motor Expo ที่กำลังจะมาถึง

ย้อนกลับไปในช่วงกลางปี 2016 ที่ผ่านมาแล้วมีข่าวลือออกมาอย่างหนาหู ถึงเรื่องราวของการผลิตรถมอเตอร์ไซค์โมเดลใหม่ล่าสุดในระดับ Entry Class ที่จะกลายมาเป็นกระแสในอนาคต ซึ่งบรรดาสื่อหลายสำนักนั้นก็พยายามที่จะหาข้อมูลต่างๆ และคาดการณ์ถึงรูปแบบของเครื่องยนต์และรูปลักษณ์หน้าตาของมันที่จะถูกปรับเปลี่ยนไปมากน้อยขนาดไหน ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ก็ถูกเปิดเผยออกมาแล้วโดยทาง Kawasaki ถึงแนวทางของการออกแบบเจ้า Ninja250 / 400 โมเดลที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของแนวคิดในการออกแบบเจ้า Ninja250 / 400 นั้นมาหลากหลายรูปแบบมากๆ ทั้งรูปแบบของ Single Side Swingarm แบบท่อคู่  หรือแม้กระทั่งรูปแบบของ Sport Replica โดยงานออกแบบทั้งหมดนั้นเป็นผลงานของนาย Suzuki Kobayashi นักออกแบบชาวญี่ปุ่น ที่วางแนวทางของเจ้าสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งคันนี้ไว้ที่ “การถ่ายทอดรูปแบบของไดนามิคที่ชัดเจน”

ซึ่งเราก็เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าการออกแบบนั้นค่อนข้างที่จะฉีกแนวไปจาก สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งค่ายคู่แข่งในพิกัดเดียวกันอย่าง Honda CBR250RR ที่เน้นเรื่องของออฟชั่นที่จัดหนักตั้งแต่ออกจากโรงงาน ซึ่งตรงจุดนี้เอง ผู้ออกแบบก็ไม่คิดที่จะเดินตามรอยที่ Honda วางไว้ แต่พยายามที่จะฉีกออกไป ให้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

ในส่วนของหน้าตาของมันนั้น เดิมทีทางผู้ออกแบบเองตั้งใจให้ใช้ไฟหน้าดวงเดียวแบบที่มีอยู่ใน Ninja H2 แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้แต่อย่างใด โดยการออกแบบนั้นก็ยังใช้งานไฟหน้าแบบสองดวงซ่อนใต้หน้ากาก และเน้นความเหลี่ยมความคม ของชุดแฟร์ริ้งหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยว แต่สุดท้ายแล้วรูปแบบที่ออกมานั้นก็ถูกยกเลิกไปในที่สุด

หลังจากที่การร่างแบบได้ข้อสรุปแล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการลงรายละเอียดของตัวรถ โดยทาง Kawasaki เองได้วางชิ้นงานนี้ไว้ในระดับ High Class ของรถมอเตอร์ไซค์ในระดับ Entry Class ด้วยวัสดุและการเก็บรายละเอียดแบบถี่ยิบ เพื่อชิ้นงานที่สมควรค่าต่อการเป็นสินค้าระดับ Premium ตามที่ค่ายคาดหวังไว้

แม้ว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากงานออกแบบดั่งเดิม แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของรถในตระกูล Ninja ไว้ได้อย่างครบถ้วน ดังนั้นจะไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่ตอนเปิดตัวเจ้าสองโมเดลนี้ ถึงมีการพูดคุยกันอย่างเปิดกว้าง สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้เลยก็คือเจ้า Ninja250 / 400 สองโมเดลนี้ จะกลายเป็นเรือธงสำคัญผลักกันให้ Kawasaki กลายเป็นแบรนด์มอเตอร์ไซค์ที่น่าจับตามองที่สุดในปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก  young-machine.com

head2

ARCH Motorcycles เปิดตัว 3 โมเดลใหม่ล่าสุด

head

ย้อนกลับไปในช่วงปี 2014 มีกระแสคนดังที่ทั่วโลกนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่างดาราระดับ Hollywood ที่มีภาพยนต์ที่ทำรายได้ทั่วโลกแบบถล่มทลายอย่าง Keanu Rerves ที่เริ่มทำการก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเองภายใต้แบรนด์ ARCH Motorcycles และได้เปิดตัวรุ่นบุกเบิกของค่ายอย่างเจ้า KRGT-1 สปอร์ตครูเซอร์ที่สร้างกระแสได้เป็นอย่างดีในปี 2015

http://www.thleaks.com/wp-content/uploads/2017/11/keanu-reeves-has-created-a-78000-motorcycle-and-it-looks-incredible.jpg
2015 ARCH “KRGT-1”

กลับมาถึงปัจจุบันในงาน EICMA SHOW 2017 ที่พึ่งผ่านพ้นไป ทางค่าย ARCH เองก็ได้เปิดตัวโมเดลใหม่พร้อมกันทีเดียวสามรุ่นประกอบไปด้วย

new KRGT-1

โมเดลอัพเกรดของรุ่นบุกเบิกอย่าง KRGT-1 ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2032 ซีซี 2 ลูกสูบ ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน Euro4 เป็นที่เรียบร้อย ระบบกันสะเทือนหน้าจากเดิมที่ใช้ของ FGRT ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นของ Ohlins ทั้งหน้าและหลัง และสวิงอาร์มใหม่แบบ Single Side Swingarm ที่ได้ทำการพัฒนาร่วมกับ Partner อย่าง Suter





ARCH 1s

โมเดลใหม่ล่าสุดที่ทำการพัฒนาต่อยอดมาจาก KRGT-1 ของทางค่ายโดยรูปแบบนั้นจะแตกต่างออกไปในแนว Café Roadster และได้เลือกใช้โครงสร้างอลูมิเนียมทั้งคัน ถังน้ำมันและชิ้นส่วนครอบทั้งคันผลิตจาก Carbon ที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแรงทนทาน โดยเครื่องยนต์นั้นก็ได้เลือกใช้เครื่องยนต์แบบ 2 ลูกสูบ ขนาด 2032 ซีซี เช่นเดียวกับ KRGT-1 โมเดลใหม่ รวมไปถึงสวิงอาร์มหลังแบบแขนเดี่ยวก็ถูกบรรจุในรุ่นนี้เช่นกัน







The Method 143 concept

เป็นรถคอนเซปต์ที่ทางค่ายวางรูปแบบไว้ที่แนว Cruiser โดยยังมีอารมณ์ของความเป็นสปอร์ตให้เราได้เห็นกัน ซึ่งแน่นอนว่าทางค่ายก็ยังเลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 2032 ซีซี เป็นพื้นฐานเช่นเคย

http://www.thleaks.com/wp-content/uploads/2017/11/OFo68cf.jpg

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ายมอเตอร์ไซค์ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ไม่ใช่ตรงจุดที่เจ้าของนั้นเป็นนักแสดงชื่อดัง แต่เป็นแนวทางและสินค้าของทางค่ายที่ชัดเจนว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์อเมริกันพันธุ์แท้ เหมือนอย่างที่สายรถยนต์ American Muscle ที่ดุดันทั้งรูปร่างและขุมกำลังเครื่องยนต์ น่าจับตามองเป็นอย่างมากครับ ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ archmotorcycle.com

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก www.motorcyclenews.com

 

Ninja-Head

เหตุผลที่ Kawasaki ไม่เลือกใช้ USD ในโมเดลใหม่ Ninja250 / 400

Ninja Head

ก่อนหน้าที่ทาง Kawasaki จะเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์สองโมเดลใหม่ของปี 2018 อย่างเจ้า Kawasaki Ninja250 / 400 ก็มีบรรดาสื่อหลายๆ สำนักคาดการณ์กันล่วงหน้าว่ามันจะต้องมีระบบกันสะเทือนหน้าที่กำลังเป็นกระแส ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้อย่างโช้คอัพหัวกลับ Upside-Down แต่สุดท้ายพอถึงการเปิดตัวจริงกลับกลายเป็นว่าเป็น Telescopic ธรรมดา ซะอย่างงั้น ซึ่งก็สร้างความสงสัยให้กับพวกเราเป็นอย่างมาก


 2018 NEW Kawasaki “NINJA 400”

 2018 NEW Kawaski “NINJA 250”

เปิดเผยจากเว็บไซค์ดังจากประเทศอินโดนีเซีย ถึงข้อสงสัยที่เรามีกันมาได้สักพัก โดยทาง iwanbanaran.com ได้ทำการสัมภาษณ์ Mr. Tanaka หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของค่าย Kawasaki ถึงเรื่องราวที่เราสงสัยกัน

IWB : เหตุผลที่ Kawasaki ตัดสินใจใช้ Telescopic  ใน Ninja250 / 400

Mr. Tanaka : ทางเราเห็นว่าระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic นั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ด้วยการใช้งานในการขับขี่จริงในแต่ล่ะวันนั้น ระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic นั้นมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่า USD แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า USD ไม่ดีนะ มันก็มีแนวทางการใช้งานของมัน แต่เรามองว่า Telescopic นั้นเพียงพอต่อการใช้งานมากกว่า

IWB : ข้อดีของ Telescopic ใน Ninja250 / 400 คืออะไร

Mr. Tanaka : ข้อดีเลยก็คือเราจะได้การควบคุมรถที่มั่นคงและง่ายดาย ในตอนแรกเราตั้งใจว่าจะใช้ขนาด 31 มิลลิเมตร แต่พอมาวิเคราะห์แล้ว 41 มิลลิเมตร นั้นดูจะเหมาะสมกว่า รวมไปถึงระบบกันสะเทือนหลังที่เราเลือกใช้ Unitrack gas ที่สามารถปรับค่า Preload ได้ ซึ่งมันจะสอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ

IWB : ใครความคิดเห็นของคุณ ระบบกันสะเทือนหน้า USD มันเหมาะสมกับการใช้งานในทุกวันนี้หรือไม่

Mr. Tanaka : ผมว่าระบบกันสะเทือนหน้า USD นั้นเหมาะสมกับการใช้ในสนามแข่งมากกว่า ส่วนของระบบ Telescopic นั้นมีความยืดหยุ่นที่สูงกว่าเหมาะกับทุกสภาพพื้นถนน ซึ่งเราก็ได้เลือกใช้งานระบอกโช้คที่ใหญ่เพื่อการ Balance ที่แรกว่าใน Ninja250 / 400

IWB : เป็นข้อมูลเชิงเทคนิคที่น่าสนใจ แต่สำหรับตลาดในปัจจุบันนั้น USD จะเป็นที่ต้องการมากกว่า สำหรับเรื่องนี้ Kawasaki ได้วางแฟนในอนาคตไว้หรือไม่

Mr. Tanaka : แน่นอนว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่สำหรับ New Ninja250 / 400 นั้นจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตามสเปกที่เราวางไว้

IWB : จะเป็นไปได้ไหม ที่จะมี Ninja 250 / 400 ในรูปแบบ SE ที่มี USD หรือการเลือกใช้เครื่องยนต์แบบ 4 ลูกสูบ

Mr. Tanaka : (หัวเราะ และไม่ตอบอะไร)

ตำถามสุดท้ายที่ไม่มีคำตอบ แต่หลายๆ คำถามก็ได้รับการตอบและคลายข้อสงสัยของพวกเราได้เป็นอย่างดี สรุปแล้วก็คือ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic นั้นทาง Kawasaki มองว่ามีความยืดหยุ่นที่สูงกว่าและเหมาะสมกว่า ระบบกันสะเทือนหน้าแบบ USD ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันตามแนวทางที่ตัว Ninja 250 / 400 ได้วางไว้นั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก www.iwanbanaran.com

Royal_Enfield_Continental_GT_-_Ice_Queen_Front_3-4-1024x731

รีวิว Royal Enfield Continental GT 650 [SPECS REVIEWS]

Royal_Enfield_Continental_GT_-_Ice_Queen_Front_3-4

โมเดลใหม่ล่าสุดจากค่าย Royal Enfield ที่ได้ฤกษ์ในการเปิดตัวเครื่องยนต์บล็อกใหม่ 650 ซีซี แบบสองลูกสูบ ใหม่ล่าสุดจากทางค่ายกับโมเดลรถ Roadster Classic ภายใต้รหัส Continental GT 650

โดยเจ้า Continental GT 650 คันนี้นั้นมาแทนที่ของ Continental GT 500 โมเดลเดิม กับขุมกำลังเครื่องยนต์บล็อกใหม่ล่าสุด 648 ซีซี 2 ลูกสูบแบบ SOHC 4 จังหวะ 270 degree crank ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาดกระบอกสูบ X ช่วงชัก 78 x 67.8 มิลลิเมตร จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด จุดระเบิดด้วยระบบ Digital spark ignition – TCI อัตราส่วนกำลังอัด 9.5:1 สามารถทำแรงม้าสูงสุดได้  47 แรงม้าที่ 7000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 52 นิวตันเมตรที่ 4000 รอบต่อนาที เน้นเรื่องของแรงบิดเป็นหลัก หน้าจอแสดงผลแบบอนาล็อกโดยมีส่วนที่เป็นตัวเลขดิจิตอล ในเรื่องของการบันทึกระยะไมล์ และปริมาณน้ำมันในถังเชื้อเพลิง ระบบไฟหน้า Halogen ไฟท้าย LED

โครงสร้างตัวถังแบบ Steel tubular, double cradle frame ที่ออกแบบใหม่ ทนทานแข็งแรง ระบบกันสะเทือนหน้า Telescopic 41 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลัง Twin coil-over shocks ระบบเบรกหน้าดิสก์เดี่ยวขนาด 320 มิลลิเมตร ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 240 มิลลิเมตร วงล้อแบบ Spoke Wheels ซี่ลวดให้อารมณ์คลาสสิก มาพร้อมกับวงล้อขนาด 18 นิ้ว ทั้งหน้าและหลัง ขนาดยางหน้าหลัง 100/90-18 และ 130/70-18 มิติตัวรถมีความยาว 2122 มิลลิเมตร ความกว้าง 744 มิลลิเมตร ความสูง 1024 มิลลิเมตร ความสูงเบาะนั่ง 790 มิลลิเมตร ท้องรถสูง 174 มิลลิเมตร ถังน้ำมันจุได้ 12.5 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 198 กิโลกรัม และสามารถแบกน้ำหนักได้สูงสุดถึง 200 กิโลกรัม

จุเด่นของ Royal Enfield Continental GT 650
จุดเด่นแรกของเจ้า GT คันนี้จะอยู่ที่เครื่องยนต์บล็อกใหม่ 2 ลูกสูบที่พัฒนาจากทางค่าย ที่เน้นเรื่องของรอบเครื่องยนต์ต่ำและแรงบิดสูง แต่ก็สามารถตอบสนองต่ออัตราเร่งได้ในทุกย่านความเร็ว รวมไปถึงรูปแบบที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน ด้วยรูปแบบของ Café Roadster ที่โดดเด่นกว่าใครๆในยามอยู่บนท้องถนน

สำหรับเจ้า 2018 Royal Enfield Continental GT 650 นั้นอาจจะมีแผนการเปิดตัวในบ้านเราในงาน Motor Expo ที่กำลังจะมาถึงนี้ โดยต้องมาลุ้นกันในเรื่องของการเปิดตัวและเรื่องของราคาค่าตัวของมันว่าทางค่ายจะเปิดราคาที่เท่าไหร่ กันแน่ ต้องมาลุ้นไปด้วยกันครับ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก autos.maxabout.com  gaadiwaadi.com

02-YAMAHA-T-SHIRT-Design-Contest

Yamaha x a day ชวนวัยรุ่นยุคใหม่มาประชันความเจ๋ง ประลองไอเดีย ในแคมเปญ “Yamaha T-SHIRT Design Contest” โอกาสเป็นดีไซเนอร์มืออาชีพ ชิงเงินรางวัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท

02 YAMAHA T-SHIRT Design Contest

รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าคิวบิกซ์ ผู้นำเทรนด์ไลฟ์สไตล์จับมือกับนิตยสาร a day จุดประกายนักศึกษารุ่นใหม่ ที่มีใจรักในการออกแบบ เข้าประชันความเจ๋ง ประลองไอเดีย ในโครงการ  “Yamaha T-SHIRT Design Contest” การประกวดออกแบบเสื้อ T-Shirt ภายใต้แนวความคิด Digital Life : Digitalmatic เจเนอเรชั่นใหม่ สไตล์ดิจิตอล ชิงเงินรางวัล มูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมถ่ายแฟชั่นเซต ในนิตยสาร a day

http://www.thleaks.com/wp-content/uploads/2017/11/Banner_Yamaha2520T-SHIRT2520Design2520Contest-QBIX_A2520DAY_550x330.jpg

นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์          บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวถึงที่มาของแคมเปญนี้ว่า “ด้วยกระแสความแรงและยอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่องของ Yamaha QBIX ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ที่มีดีไซน์ทันสมัยตอบโจทย์ผู้ใช้รถในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ทางยามาฮ่าจึงมีไอเดียจัดโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ในระดับอุดมศึกษาได้ประชันความสามารถและไอเดียในการออกแบบเสื้อ T-Shirt ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ QBIX นั่นก็คือ Digital Life : Digitalmatic โดยให้น้องๆ รวมกลุ่มกันในมหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ผลงานดีไซน์ มีการวางแผนด้านการตลาด และขายจริง เพื่อให้ผู้เข้าประกวดได้รับประสบการณ์ตรง สร้างแรงบันดาลใจ และสามารถต่อยอดไปใช้ในการทำงานในอนาคต ถือได้ว่าเป็นอีกหนึงโครงการดีๆ ที่เปิดพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับน้องๆ เพื่อมาพิสูจน์ความสามารถและชิงรางวัลกันได้อย่างเต็มที่ค่ะ”

ซึ่งการประกวดครั้งนี้ จะมีดีไซเนอร์และกูรูทางด้านแฟชั่น อาทิ คุณธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์ นักวาดภาพประกอบ และ คุณธนันต์ บุญญธนาภิวัฒน์ (บู้ วง SLUR) เจ้าของแบรนด์ Rompboy ไปให้คำแนะนำ ให้ความรู้ และร่วมทำกิจกรรมกับนักศึกษา โดยมีสถาบันศึกษาเข้าร่วมทั้งหมด 5 สถาบัน ประกอบด้วยมหาวิทยาลัยศิลปากร, มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

โดยผู้เข้าประกวดที่ผ่านการเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย จะได้มีโอกาสผลิตเสื้อขายจริง มีการวางแผนการตลาด และต่อยอดไปจัดแสดง และประกาศผลภายในงาน Bangkok International Motor ครั้งที่ 39 ในวันที่ 7 เมษายน 2561 และยังได้นำผลงานไปร่วมถ่ายแฟชั่น เซตในนิตยสาร a day อีกด้วย

รางวัลสำหรับการประกวด
รางวัลชนะเลิศ                เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1        เงินรางวัลมูลค่า 40,000 บาท
รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 2        เงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท
รางวัลชมเชย                เงินรางวัลมูลค่า 5,000   บาท
รางวัล Most Popular            เงินรางวัลมูลค่า 5,000   บาท

โดยผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานได้ทางเว็บไซต์และทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2561 และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการประกวดได้ที่ www.qbixsociety.com  หรือทาง www.facebook.com/a day x Yamaha T-Shirt Design Contest หรือสอบถามได้ที่เบอร์ 02-716-6900 ต่อ 406 หรือ 086-3044805

2018-Honda-CB1000R-First-Look-naked-sport-motorcycle-12-630x420

รีวิว 2018 Honda CB1000R [SPECS REVIEWS]

2018-Honda-CB1000R-First-Look-naked-sport-motorcycle-12-630x420

หลังจากเปิดตัวไปที่งาน Tokyo Motor Show 2017 ในฐานะของรถมอเตอร์ไซค์ต้นแบบภายใต้รหัส Neo Sport Café และหลังจากนั้นไม่ถึง 2 อาทิตย์ก็เปิดตัวในฐานะของรถโปรดักชั่นพร้อมขายทันทีกับเจ้า 2018 Honda CB1000R

ต้องบอกเลยว่าเครื่องยนต์พื้นฐานของเจ้า Honda CB1000R คันนี้ถอดแบบมาจากรถสปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งจากค่ายอย่างเจ้า CBR1000RR “Fireblade” ด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 998 ซีซี 4 ลูกสูบแบบ DOHC 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาดกระบอกสูบ X ช่วงชักอยู่ที่ 75.0  x 58.0 มิลลิเมตร  อัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 11.2:1 มาเป็น 11.6:1 ด้วยการปรับการไหลเวียนของวาล์วไอดี และไอเสียใหม่ทำให้โล่งขึ้นจึงได้กำลังอัดที่สูงขึ้น จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ขนาด 44 มิลลิเมตร throttle bodies ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีดที่ได้รับปรับปลี่ยนช่วงทดเกียร์ใหม่ให้เข้ากับแนวทางของรถที่เน้นเรื่องของแรงบิดเป็นหลัก ส่งกำลังสุดท้ายด้วยระบบโซ่  โดดเด่นด้วยระบบไฟ LED รอบคันพร้อมไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ให้อารมณ์ Café


โดยโครงสร้างตัวถังของเจ้า CB1000R คันนี้ไม่ใช่โครงสร้างของ CBR1000RR นำมาถอดแฟร์ริ่งออกแต่อย่างใด โดยเป็นโครงสร้างที่ผลิตขึ้นมาเฉพาะโมเดลนี้ โดยผลิตในรูปแบบของ Steel Frame ระบบกันสะเทือนหน้าหัวกลับ Upside – Down แบบ Separate Function จาก Showa ระบบกันสะเทือนหลังจาก Showa แบบ Balance Free Rear Cushion shock ทำงานร่วมกับ Single Side Swingarm อลูมิเนียม ระบบเบรกหน้า floating discs ขนาด 310 มิลเมตร พร้อมปั้มเบรกแบบ Radical 4 พอร์ต ระบบเบรกหลังดิสก์เดี่ยวขนาด 256 มิลลิเมตร พร้อมระบบ ABS หน้าหลัง ตัวรถมีความสูงเบาะนั่งที่ 830 มิลลิเมตร ถังน้ำทันจุได้ 16.2 ลิตร น้ำหนักตัวรถ 212 กิโลกรัมไม่รวมน้ำมันและของเหลว


มาดูกันในส่วนของ Option ที่ให้มากันบ้าง โดยเจ้า CB1000R คันนี้มาพร้อมกับระบบคันเร่งไฟฟ้า ซึ่งพ่วงมาด้วยโหมดในการขับขี่ 4 รูปแบบ Standard , Sport, Rain และโหมดพิเศษ User ที่จะให้ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้เอง ซึ่งค่าต่างๆ นั้นจะประกอบไปด้วย Engine Brake Control, Traction Control, Torque Control, Launch Control  และใน CB1000R นั้นมีระบบ Slipper Clutch ป้องกันล้อหลังสับเวลาที่เราเปลี่ยนเกียร์ผิดจังหวะ

จุดเด่นของ 2018 Honda CB1000R
จุดแรกที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือรูปแบบการดีไซน์ที่สดใหม่ โดยได้แนวทางมาจากเจ้า Neo Sport Café แบบเต็มๆ โดดเด่นด้วยสวิงอาร์มแขนเดี่ยว และระบบท่อไอเสียแบบ 4:2:1 ทำให้ตัวรถดูรวมๆ แล้วดุดันขึ้นมาอย่างชัดเจน รวมไปถึงระบบเครื่องยนต์และระบบช่วยเหลือที่เรียกได้ว่าจัดเต็มมากๆ ทั้งระบบ Traction Control ที่ถอดมาจาก CBR1000RR ที่ใช้งาน IMU แบบ 5 แกน ทำให้การปรับค่านั้นทำได้อย่างละเอียด รวมไปถึงโหมดการขับขี่ที่ให้มานั้นมีโหมดอิสระที่เราสามารถปรับค่าได้ด้วยตัวเอง มาดูด้านของสมรรถนะการขับขี่ ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของรถมอเตอร์ไซค์จาก Honda ที่มีความเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ที่สูง ใครๆ ก็สามารถขับขี่รถตัวพันได้ง่ายๆ ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นจุดขายสำคัญของ Honda

แน่นอนว่าการเปิดตัวที่งาน Eicma Show นั้นเป็นการประกาศแบบเปลือยๆ ว่าทาง Honda เองจะผลิตโมเดลนี้แบบวางขายทั่วโลก ไม่เฉพาะในบางประเทศอย่างเช่นที่เคยทำมา ซึ่งแน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่น่าจะพลาดการทำตลาดอย่างแน่นอน ซึ่งก็ขึ้นอยู่ว่าทาง A.P.Honda ประเทศไทย จะเปิดตัวมันในช่วงเวลาใด หากไวที่สุดก็จะเปิดที่งาน Motor Expo ที่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ หรืออาจจะไปเปิดในช่วงต้นปีหน้าในงาน Motor Show เดือนมีนาคม หรืออาจจะไม่พึ่งพางานแสดงยานยนต์ใดๆ แต่จัดงานเปิดตัวด้วยตัวเองอย่างที่เคยๆ ทำมา สำหรับแฟนๆ ค่ายปีกนก ก็เก็บเงินรอได้เลยครับผม

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก ultimatemotorcycling.com

W175-3

ภาพหลุดเวอร์ชั่นจริงของ New Kawasaki W175 มาแล้ว

W175-3

เรียกได้ว่ามาตามนัดกันเลยทีเดียว กับภาพหลุดรถเวอร์ชั่นจริงของ Kawasaki New W175 รถคลาสสิกในคลาสเล็กที่ก่อนหน้านี้มีข่าวมาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการเปิดตัว ซึ่งก็มาในคลาส 175cc กันจริงๆ เราลองไปดูรายละเอียดที่ถูกเปิดเผยมาเพิ่มขึ้นกันเลยดีกว่า

สำหรับ W175 นั้นเป็นรถคลาสสิกเรโทรในตระกูล W ที่ทางค่าย Kawasaki เองก็ได้ผลิตออกมาก่อนหน้านี้ในคลาสที่สูงกว่านี้ และจากภาพที่เราเห็นกันนี้จะพบว่ามิติตัวรถนั้นไม่ใหญ่โตมากนัก แต่ก็พอดีกับรถในคลาสนี้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 175cc แบบ SOHC 2 วาล์ว ล้อรถเป็นแบบล้อซี่ โช้คอัพด้านหน้านั้นคลุมด้วยยาง โช้คอัพหลังหลังเป็นแบบคอยล์สปริง สวิงอาร์มเป็นแบบเหล็กกล่อง ท่อรถวางขนานกับแนวเบาะรถ ไฟเลี้ยวนั้นแยกออกด้านข้าง ไฟหน้าเป็นแบบไฟกลม และเรือนไมล์เท่าที่ดูนั้นน่าจะเป็นทรงกลมแบบอนาล็อกทั้งหมด ภาพรวมถือว่ามันเป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างจะย้อนยุคมาก แต่นั่นก็คือจุดยืนที่ชัดเจนของทาง Kawasaki ที่ออกแบบให้ตระกูล W นี้มาตลอด

และการประกาศล่าสุดนั้นก็มาจากทาง Kawasaki อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานในการผลิตหลักของโมเดลนี้ โดยใช้สโลแกนว่า ABSOLUTE RESPECT ซึ่งถือว่าเข้ากันกับแนวทางของรถเอามากๆ ทีเดียว และยังมีการทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “From The Maker of Ninja” หรือผู้สร้างเดียวกันกับ Ninja นั่นเอง ตรงนี้อาจจะหมายถึงว่าเป็นทีมออกแบบเดียวกันกับ All New Ninja 250 และ 400 ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วันก็เป็นได้

โดยจากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมาจะมีอยู่สองสีด้วยกันให้เลือก คือสีขาวและสีดำ ซึ่งก็กำหนดการเปิดตัวก็ตรงกับวันนี้ (18 พ.ย.) อย่างที่ทางค่ายเองได้แจ้งออกมาก่อนหน้านี้ โดยที่ยังรอการยืนยันในเรื่องของราคา และเวอร์ชั่นพิเศษ SE ที่อาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นธรรมดา อีกอึดใจเดียวเท่านั้นเราจะมีความคืบหน้าแบบเต็มๆ มาฝากกันแล้ว

ขอบคุณภาพจาก andi.alhakim tmcblog.com