From funny

Auto Added by WPeMatico

1-696

24 ภาพ Bofore-After ของเหล่านักล่าในวัยเด็ก ก่อนจะโตมาแข็งแกร่ง ก็เคยใสๆ ไร้เดียงสา

วัยเด็กเป็นช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้น เต็มไปด้วยความสุข เสียงหัวเราะ และไม่มีอะไรให้ต้องกังวล รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกทางสีหน้า นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กจึงน่ารัก น่าทะนุถนอม

ทั้งหมดที่บอกมานี้ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่หมายถึงสิ่งมีชีวิตทั่วโลก โดยเฉพาะสัตว์นักล่าที่อาจจะน่ากลัวเมื่อโตขึ้น แต่ตอนที่พวกมันเป็นเบบี๋ มันน่ารักจนคุณต้องหลงรักเลยหละ

 

1. เสือดาว

เสือดาวเป็นที่รู้จักในฐานะสัตว์ที่ปีนต้นไม้เก่งมาก บ่อยครั้งที่เราจะเห็นมันนั่งพักบนต้นไม้เพื่องีบหลับ แต่ก็มีอีกหลายครั้งที่มันใช้ต้นไม้เป็นที่ซ่อน เพื่อรอจังหวะจับเหยื่ออย่างลิง

 

อย่างไรก็ตามเขตล่าสัตว์หลักของพวกมันคือพื้นดิน เพราะการล่าเหยื่อบนพื้นจะทำให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ทั้งยังกระโดดในระยะไกลได้ด้วย

 

 

2. หมี

 

โดยทั่วไปแล้วลูกหมีแรกเกิดนั้นจะมีน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม แต่เมื่ออายุได้ 6 เดือน น้ำหนักของมันจะพุ่งไปอยู่ 20 กิโลกรัม กระทั่ง 3 เดือน ฟันของมันจะขึ้นมาครบทุกซี่ และนั่นคือเวลาที่พวกมันเริ่มกินผลเบอรี่ พืช และแมลงได้แล้ว

 

 

3. หมาป่า

 

นักวิทยาศาสตร์บอกว่าหมาป่าเป็นสัตว์ที่สามารถแสดงสีหน้าได้ชัดเจนถึง 10 ลักษณะด้วยกัน เช่น โมโห โกรธ เชื่อฟัง อ่อนโยน มีความสุข ตื่นตัว บ่งบอกภัยคุกคาม สงบ และกลัว

 

 

4. จระเข้

 

จระเข้เป็นสัตว์นักล่าที่น่ากลัวและแข็งแรงมาก พวกมันสามารถไล่ล่าเหยื่อในน้ำได้นานเป็นชั่วโมงๆ ก่อนจะจัดการเหยื่อในท้ายสุด

 

 

5. นกฮูก

 

ถ้าคุณสามารถนอนหลับได้โดยมีตาข้างหนึ่งเปิดอยู่ เรียกตัวเองว่านกฮูกได้เลย พวกมันเป็นสัตว์ที่ืตื่นตัวเสมอ แม้แต่ตอนหลับ หากมีเสียงรบกวนเพียงนิดเดียวมันจะตื่นทันที

 

 

6. ไฮยีน่า

 

เชื่อมั้ยว่าไฮยีน่าสามารถปกป้องเหยื่อตัวเองจากสิงโตที่จะมาแย่งของมันได้ ทั้งๆ ที่มันตัวเล็กกว่า ยิ่งไปกว่านั้นไฮยีน่ายังสามารถจับและกินสัตว์ทุกชนิดได้ ตั้งแต่สัตว์เล็กไปจนถึงสัตว์ขนาดใหญ่อย่างวัวหรือยีราฟ

 

 

7. เสือ

 

โดยปกติแล้วเสือจะไม่ทำเสียงคำรามกับสัตว์อื่น แต่มันจะคำรามเมื่อต้องการสื่อสารกับฝูงของมันเท่านั้น ในกรณีที่อยู่ไกลกัน และเวลาที่เสือจะโจมตีเหยื่อ มันจะไม่คำราม แต่จะหายใจแรงๆ และทำเสียงฟ่อแทน

 

 

8. สุนัขจิ้งจอก

 

สุนัขจิ้งเป็นสัตว์ที่ทำหน้าที่พ่อแม่ได้ดีมาก โดยตัวผู้จะทำหน้าที่ดูแลตัวเมียขณะตั้งท้อง และยังช่วยดูแลลูกเมื่อคลอดด้วย

 

 

9. แร้ง

ในรูปนี้เป็นลูกแร้งที่ยังไม่สามารถบินได้ แต่ดูความสูงของมันสิ มันสูงขึ้นในเวลาอันรวดเร็วหลังจากเกิดเพียงไม่นาน

 

และนี่คือภาพเมื่ออีแร้งโตเต็มวัยและเป็นนักล่าเต็มตัว

 

10.เสือชีต้า

 

ลูกเสือชีต้าตัวนี้มีอายุเพียง 2 วันเท่านั้น แต่หลังจากนี้อีก 2 ปี มันสามารถพัฒนาร่างกายและวิ่งได้ด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

 

11. หมีขั้วโลก

 

หมีขั้วโลกแรกเกิดจะมีน้ำหนักมากกว่า 500 กรัมเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อโตเต็มวัย มันจะกลายเป็นสัตว์นักล่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

12. สิงโต

 

สิงโตตอนเด็กน่ารักมาก ดูพุงมันสิ น่าลูบมั้ย แต่อย่างหนึ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ขนปุกปุยที่ปลายหางนั้นไม่ได้มีตั้งแต่เกิด แต่จะมีเมื่ออายุได้ 5 เดือนแล้วเท่านั้น

 

เห็นตะมุตะมิแบบนี้ โตมาเป็นสัตว์นักล่าที่น่ากลัวสุดๆ เลย

ที่มา brightside

1-741

ไฟระย้าสุดงดงาม ส่องระยับเหมือนกระจก ไม่อยากจะเชื่อว่าทำมาจาก “ขวดพลาสติก”!!

สิ่งหนึ่งที่ทำให้บ้านของเรานั้นดูมีอารมณ์ที่หรูหราขึ้น ก็คงต้องเป็นโคมไฟระย้าที่ประดับประดาไปด้วยกระจกแก้วใส ที่หมุนส่องกระทบแสง เกิดเป็นเงาระยิบระยับสวยงามอลังการ และแน่นอนว่าหลายๆ คนชอบมัน

แต่คุณจะเชื่อไหมว่าโคมไฟที่จะได้เห็นต่อไปนี้ ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลอย่าง “ขวดพลาสติก” ที่เราใช้กันอย่างสิ้นเปลืองทุกวัน จนเกิดมาเป็นโคมไฟที่สวยงามอร่ามตาไม่แพ้การใช้วัสดุจากแก้วเลย

 

Veronika Richterová ศิลปินชาวเช็ก ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานงานสุดหรูหราอลังการโดยใช้วัสดุจากขวดน้ำพลาสติก มาทำเป็นโคมไฟระย้ารูปแบบต่างๆ ที่โดดเด่นสุดๆ

.

.

 

ผลงานไฟระย้ารูปแบบต่างๆ จะถูกตกแต่งด้วยฝาครอบที่คล้ายกับรูปทรงของดอกทิวลิป ที่เชื่อมต่อกันจนเป็นลูกเล่นสุดสวยงาม

.

 

แต่ด้วยความที่มันเป็นวัสดุพลาสติก เพื่อรักษารูปทรงของมันไว้จึงต้องติดตั้งไฟที่มีความร้อนต่ำ

 

ผลงานโคมไฟของ Richterová เหล่านี้ จะถูกจัดแสดงในงานนิทรรศการ Eden Unearthed ณ Sydney’s Eden Gardens ที่จะมีเหล่าศิลปินกว่า 50 ชีวิต มาโชว์ของกันที่นี่

โดยนิทรรศการจะมีตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงกุมภาพันธ์ปี 2018 ใครที่ชื่นชอบการชมไอเดียเจ๋งๆ พลาดไม่ได้เลยล่ะ

.

 

เพื่อนๆ จะลองเอาของในบ้านมารีไซเคิลดู

ก็เป็นความคิดที่ดีไม่เบานะ

ที่มา thisiscolossal

2-702

เว็บนอกทดสอบความคุ้มค่าของ ถุงน่องดำ จาก 6 แบรนด์ อันไหนคุ้มสวดดด

สำหรับผู้หญิงแล้ว เครื่องแต่งกายที่ขาดไม่ไม่ได้ก็น่าจะเป็นถุงน่องนี่แหละ ยิ่งถ้าใครอยู่เมืองหนาวก็ต้องใส่เพื่อปกป้องเรียวขาจากอากาศเย็น แต่เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมว่าถุงน่องที่มีสีเหมือนกัน ลักษณะเหมือนกันทั้งหมด แต่คุณภาพของแบรนด์ต่างๆ นั้นจะเหมือนกันหรือไม่

ดังนั้นเรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันกับการทดสอบความคุ้มค่าของถุงน่องยี่ห้อต่างๆ ว่าแบรนด์ไหนจะครองใจสาวๆ ได้มากกว่ากัน

 

 

ถุงน่องสีดำที่สาวๆ ชอบใส่ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว มีราคาตั้งแต่ 199 บาท จนไปถึง 800 บาท โดยถ้ามองภายนอกลักษณะอาจจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าด้านคุณภาพและความคุ้มค่าล่ะก็ ต้องมีการทำการทดสอบสักหน่อย

โดยถุงน่องที่เรานำมาทดสอบวันนี้จะประกอบไปด้วยแบรด์ชั้นนำทั้ง 6 แบรนด์ ได้แก่ H&M, Calvin Klein, Hanes, Uniqlo, Gap, Forever21

 

6. Forever 21

เนื้อผ้า:0/2 ความพอดี:0/2 ความทึบ:0/2  คุณภาพ:0/2 ราคา:2/2

Forever 21 ได้คะแนนไปน้อยจริงๆ เพราะถุงน่องเหล่านี้ทำมาจากเนื้อผ้าที่มีคุณภาพต่ำ และมีราคาเพียง 196 บาทเท่านั้น จึงเรียกได้ว่าได้กลับมาเท่าที่คุณจ่ายไป อีกทั้งเนื้อผ้ายังไม่มีความยืดหยุ่นเท่าที่ควรอีกด้วยนะ

 

5. Hanes

เนื้อผ้า:1/2 ความพอดี:1/2 ความทึบ:0/2 คุณภาพ 0/2 ราคา:1/2

ถุงน่องราคา 249 บาท ที่ดูมีความอ่อนนุ่มน่าใช้ แต่เมื่อใส่ดูก็จะรู้สึกได้ถึงเนื้อผ้าคุณภาพต่ำและสวมใส่แล้วไม่มีความกระชับใดๆ

 

4. Uniqlo

ผ้า:2/2 ความพอดี:0/2 ความทึบ:0/2 คุณภาพ:1/2  ราคา:1/2

ถ้าคุณมีไซส์ปกติ กรุณาเลือกไซส์ที่ใหญ่กว่าตัวไปอีก เนื้อผ้าไม่ทึบแสงแต่มีความคงทนและหนา แต่ไม่ทราบว่าเพราะเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นหรือเปล่าถึงมีความสั้นไปนิด จึงต้องคอยดึงขึ้นตลอด แต่ถ้าใครคิดว่าโอเคก็ลองไปหาซื้อกันได้ในราคา 329 บาท

 

3. Gap

เนื้อผ้า:1/2  ความพอดี:1/2 ความทึบ:2/2 คุณภาพ:1/2 ราคา:1/2

เนื้อผ้าสวมใส่สบาย ไร้รอยต่อให้กวนใจ และยังมีความทึบดีอีกด้วย แต่ข้อข้องใจอย่างเดียวก็ราคาค่อนข้างสูงไปนิดนะ 497 บาทเชียวล่ะ

 

2. Calvin Klein

เนื้อผ้า:2/2 ความพอดี:2/2 ความทึบ:1/2 คุณภาพ:2/2 ราคา:0/2

Calvin Klein เนื้อผ้ามีความนุ่มสบายและมีคุณภาพสูง ทุกอย่างดีไปหมด จนคุณเลื่อนมาเห็นราคา 798 บาท!! ถุงน่องชิ้นนี้ยังมีความโปร่งแสงมากกว่ายี่ห้อที่ผ่านๆ มา และมีรอยต่อที่เห็นได้ชัด แต่กลับมีความยืดหยุ่นอย่างมาก ยิ่งโดยเฉพาะบริเวณต้นขา แบบนี้อ้ายังไงก็ไม่ฉีกนะ

 

1. H&M

ผ้า:2/2 พอดี: 1/2 ความทึบ: 2/2  คุณภาพ:2/2 ราคา: 1/2

การออกแบบถุงน่องของ H&M มีความคล้ายกับ Calvin Klein ตรงที่มีตะเข็บกลาง และก็มีราคาที่ถูกกว่าเพียง 430 บาทเท่านั้น

 

สุดท้ายแล้วเราก็มอบถุงน่องขวัญใจสาวๆ ให้แบรนด์ H&M ที่มีคุณภาพสมราคา แต่สาวๆ จะเชื่อไม่ได้นะ ต้องไปลองกันดูเองจะดีกว่า

 

ที่มา thisisinsider

22894036_10104711685591191_2399888780503195584_n

สาวน้อยขับขานบทเพลงกล่อมหมา ทำให้มันรู้สึกสบายใจจากวันที่โหดร้าย

ว่ากันว่าวัยเด็กเป็นวัยที่มีความน่ารักสูง ความไร้เดียงสาของเหล่าหนูๆ ช่วยเติมเต็มให้โลกมีความสดใส และจะยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณเมื่อเด็กอยู่กับสัตว์

Lauren Malone และครอบครัวเพิ่งตัดสินใจรับเลี้ยงเจ้าหมาจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ American Lab และได้ตั้งชื่อว่าเจ้า Oakley

 

สวัสดีฮะผม Oakley ฮะ

 

เมื่อเจ้า Oakley เข้ามาอยู่ร่วมชายคา ทางครอบครัวของหนูน้อยก็ดูแลมันเป็นอย่างดี คนที่ดูว่าจะเห่อเจ้าหมาตัวนี้มากๆ ก็คือหนูน้อย Katie

 

 

ทั้งสองเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว สงสัยจะถูกชะตากันแน่ๆ

 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Lauren ได้โพสต์คลิปวิดีโอความน่ารักของลูกสาวของเธอกับเจ้า Oakley

หนูน้อย Katie กอดมันไว้ในแขนพร้อมกับร้องเพลง Lullaby เพื่อกล่อมมันนอน ซึ่งมันก็หลับปุ๋ยในอ้อมแขน เป็นภาพที่น่ารักมากๆ

 

คลิปวิดีโอนี้มียอดวิวสูงถึง 20 ล้านครั้ง กลายเป็นคลิปไวรัลที่มีแต่คนแชร์เพราะความน่ารักของเจ้าหมาและเด็กน้อย

 

ก่อนที่เจ้า Oakley จะได้ผู้อุปการะ มันคงผ่านเรื่องราวร้ายๆ ในชีวิตมาเป็นอย่างมาก พอเจอเจ้าของใหม่ใจดี มันก็เลยไว้ใจและรักเธออย่างสุดหัวใจ และก็จะคอยอารักขาหนูน้อยและครอบครัวตลอดไป

ที่มา inspiremore

20604223_1918226441764821_8249438267511379446_n

รู้จักกับ Roxie เหมียวพิการ ผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูปแบบ “แลบลิ้น” ตลอดเวลา…..

ทาสแมวทั้งหลายคงจะมีอาการเหมือนกับ #เหมียวบู้บี้ ที่ไม่ว่าเวลาเจอแมวที่ไหนก็มักจะวิ่งเข้าไปถ่ายรูป หรือเวลาเจอรูปแมวน่ารักๆ ก็เซฟมาซะเต็มเครื่องไปหมด (ก็มันน่ารักนี่นา ใครจะอดใจไหว)

หนึ่งในแมวเซเลปที่ #เหมียวบู้บี้ นำมาแนะนำให้รู้จักในวันนี้ คือเจ้า Roxie เหมียวตัวผู้สุดน่ารักวัย 3 ปี มันเกิดมาพิการ ขาหลังทั้งสองของมันอ่อนแรง ทำให้มันต้องนั่งท่าแปลกๆ ตลอดเวลา

 

 

แต่ความพิการของมันก็ไม่ได้ยับยั้งความน่ารักที่มันมีเลย มันเป็นแมวที่ขี้เล่นมากๆ ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก

 

เวลาที่ใครจะถ่ายรูปมัน มันมักจะแลบลิ้นออกมา เหมือนกับว่าเป็นท่าประจำตัวของมันเลยล่ะ

.

 

ห่อลิ้นได้ด้วยนะ ทำได้ป่าว?

.

 

ไม่ว่าใครจะถ่าย พี่ก็จะแลบลิ้นใส่ แบร่ๆ

.

 

หู้ยยยย น่ารัก

.

 

อู้ววววว์ ฟินจังเลยยยย

.

 

ลาไปด้วยภาพนี้…

 

ไปส่องความน่ารักเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก rexiehandicat และอินสตาแกรม rexiecat ตามลิงค์ได้เลยนะ เจ้าเหมียว Roxie รออยู่

 

ที่มา rexiecat

2-712

รวมภาพถ่ายจากเหตุการณ์สุดเป๊ะ ที่บังเอิ๊ญบังเอิญแต่ออกมาดูดีและแปลกตาสุดๆ

ชีวิตคนเรานั้นมักจะเจอกับเหตุการอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถจะคาดเดาได้ บ้างก็เจอคนรู้จัก บ้างก็บังเอิญเจอเงินตก หรือบ้างก็อาจจะโชคร้ายโดนรถชน

ทว่าความบังเอิญก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่กับเรื่องใหญ่ๆ เสมอ บางครั้งมันก็อาจจะเกิดกับเรื่องเล็กๆ และมันก็สร้างภาพประทับใจเล็กๆ ให้กับเราได้เสมอ

 

ภาพมือของเจ้าเหมียวที่ท่าจะขโมยคุกกี้

 

นกแก้วที่ยืนบังกล้อง แต่ก็ทำออกมาได้เป๊ะแบบงงๆ

 

จริงๆ แล้วเจ้าหมาอาจจะตั้งใจทำให้เหมือนรูปข้างหลังก็ได้นะ

 

เปลวไฟที่บังเอิญเหมือนใบหน้่าหญิงสาว

 

รอยบนแว่นที่เป็นรูปคิ้วและขนตา

 

เงาของเรือที่สะท้อนให้เห็นเหมือนตึกสูง

 

พี่เป็นเทวดาบินลงมาจากฟ้าใช่ไหมครับ

 

มุมมันได้ ก็เลยเป็นปูตินแว๊บหนึ่ง

 

ความบังเอิญที่ทำให้ป้าแกมีหนวดขึ้นมาในทันตาเห็น

 

น้ำที่สาดไปดูราวกับช้างอีกตัว หรืออะไรสักอย่างเลยนะเนี่ย

 

เกลียวคลื่นที่กระทบกับแสง บวกกับกับช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะ

 

ข้าคือหอยทาก

 

ทำเบาะมาเหมือนไอสกรีมแซนวิซเลยนะเนี่ย

 

ลูกนกที่ออกจากรังเป็นครั้งแรก ความบังเอิญที่ทำให้ได้เห็นประสบการณ์แปลกใหม่

 

อินทรีมาเกาะตรงระเบียง แต่พอจะถ่ายรูปเงาก็ดันสะท้อนเหมือนกับอินทรีเป็นคนถ่ายซะได้

 

กาแฟที่เรียงชั้นกันได้อย่างสวยงาม

 

อันนี้จะบังเอิญหรือตั้งใจไม่รู้ แต่กว่าจะถ่ายมาได้คงลำบากสุดๆ แต่ก็ดูดีจริงไหม

 

ต้องบังเอิญขนาดไหนถึงจะได้ฉากสวยๆ แบบนี้

 

ที่มา diply

Grab_driver_Gerardo_Amolato_CNNPH

คนขับ Grab ฟิลิปปินส์ถูกยิงตายและขโมยรถ ภัยอันตรายที่เหล่านักขับไม่อาจมองข้าม

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา สำนักข่าว CNN ในประเทศฟิลิปินส์ได้รายงานว่า คนขับรถ Grab Car รายหนึ่ง ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบชื่อใช้ปืนยิงจนเสียชีวิต ก่อนจะชิงรถและหลบหนีไป

จากการรายงานระบุว่ามีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนลูกซองดังขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 7.50 น. ของวันที่ 26 ตุลาคม ก่อนจะมีคนเห็นชายคนหนึ่งขับรถ Toyota สีบรอนซ์ไปตามถนนโบนันซ่าในเมืองปาไซ

 

 

จากนั้นก็มีคนพบศพนาย Gerardo Amolato Maquidato ถูกยิงเสียชีวิต คาดว่าผู้โดยสารที่มากับเขาเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ และยังนำรถของเขาหลบหนีไปอีกด้วย ซึ่งทางตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้ โดยได้นำกำลังไล่ติดตามคนร้ายต่อไป

.

.

 

โฆษกของทางบริษัท Grab ได้ออกมาแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเขาได้กล่าวว่า “เราขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกับการเสียชีวิตของนาย Gerardo Amolato Maquidato ทางเราจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้และติดตามตัวผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด”

 

 

นาย Maquidato ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ขับ Grab ดีเด่น เรื่องราวของเขาถูกเผยแพร่ไปทั่วเฟซบุ๊กถึงความดีที่เขาได้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังเดือดร้อนโดยที่ไม่เรียกเก็บเงินซักบาท

ที่มา cnnphilippines

10449474_10153725611042562_7503612402970872822_n

ภรรยาวัย 40 ปี ออกมาเล่าความน่ารักของสามีที่แปลงร่างเป็นฮีโร่มาช่วยเหลือยามคับขัน

Amy Betters-Midtvedt บล็อกเกอร์ชื่อดัง ได้ออกมาเล่าถึงความรักของสามีของเธอที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนาน แต่ความรักของทั้งคู่ก็ยังน่ารักเหมือนสมัยจีบกันใหม่ๆ

ครอบครัวแสนอบอุ่นของ Amy ประกอบด้วยเธอ สามีที่ชื่อว่า Todd และลูกๆ ที่น่ารักอีก 5 คนอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

 

 

Amy และ Todd ปัจจุบันอายุ 40 ปี ทั้งคู่พบรักกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจนมีลูก 5 คน แต่ความหวานของทั้งคู่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

 

Amy ได้ออกมาแบ่งปันเรื่องราวความน่ารักของสามีของเธอในเพจ Hiding in the Closet with Coffee ไว้ว่า

“ฟังไว้ให้ดีหนุ่มๆ สาวๆ ทั้งหลาย นี่เป็นเรื่องราวของอัศวินขี่ม้าขาวที่คอยมาช่วยเหลือหญิงวัย 40 ปีคนนี้ อัศวินคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือสามีของฉันเอง คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพร้อมกับบัตรเครดิตของเขา ในยามที่ฉันช้อปปิ้งสิ่งของต่างๆ จนเต็มรถเข็น แต่ดันไม่มีเงินจ่าย เพราะว่ากระเป๋าตังของฉันดันหายไป หรือไม่ก็ลืมไว้ที่ไหนซักที่

เขาเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม เขาเพิ่งจะลางานมาเพื่อช่วยเหลือ เขาพูดทั้งรอยยิ้ม ‘ที่รัก คุณไม่ต้องออกมาซื้อของตอนนี้ ผมบอกแล้วไงว่าจะพามาในสุดสัปดาห์นี้’ สำหรับคนหนุ่มสาว นี่อาจจะเป็นเรื่องราวที่ไร้สาระ แต่นี่แหละคือความรักของเหล่าคนแก่”

 

 

ถึงแม้ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นเพียงแค่เรื่องของภรรยาที่ช้อปปิ้งแล้วลืมกระเป๋าตัง แล้วมีสามีมาช่วย แต่บางทีมันก็เป็นเรื่องของความเอาใจใส่ของสามีที่มาช่วยเหลือภรรยาในยามคับขัน Amy เปรียบเปรยว่า นี่แหละคือรักแท้

 

 

นอกจากนี้เธอยังพูดถึงความน่ารักของสามีของเธออีกหลายๆ เรื่อง ทั้งการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี เป็นสามีที่ดี และเป็น Super Dad ของเด็กๆ ทั้ง 5

ครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นแบบนี้ไม่ว่าใครๆ ก็คงใฝ่ฝันที่จะมี และผู้ชายดีๆ ไม่ได้มีแค่ในนิยาย

ที่มา inspiremore

1-45

รู้จักแม่น้ำตามธรรมชาติที่ร้อนจนเดือดปุดๆ จากตำนานเล่าขานในวัยเด็กสู่การค้นพบที่มีอยู่จริง!!

เคยคิดไหมว่าในโลกนี้นอกจากบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติแล้วจะมีแม่น้ำที่ร้อนเดือดราวกับลาวาอยู่? ร้อนขนาดที่ถ้าตกลงไปเท่ากับตายอย่างเดียว…คุณคงคิดภาพมันไม่ออกใช่ไหมล่ะ แต่แบบนั้นมันมีอยู่จริงๆ นะเออ

Shanay-timpishka คือชื่อของแม่น้ำที่ว่านี้ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของป่าอเมซอนในประเทศเปรู ซึ่งเป็นแม่น้ำตามธรรมชาติที่ร้อนตลอดเวลา ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตไหนก็ตามที่เหยียบย่ำลงไปมีอันจบชีวิตทันที

 

 

สำหรับใครที่คิดว่าในน้ำมีสารเคมีหรือมีสีแปลกๆ หรือเปล่านั้น คำตอบคือไม่มีเลย เพราะน้ำในแม่น้ำดังกล่าวนั้นมีสีสันที่เหมือนแม่น้ำปกติ สามารถนำมาใช้ทำอาหาร ทำยาและดื่มได้ปกติ

จะต่างก็แค่มีไอน้ำลอยออกมาตลอดเวลาเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าที่นี่มันร้อน อย่าเข้ามาใกล้นะ

 

 

Andrés Ruzo นักธรณีวิทยาที่เล่าว่าตอนเด็กเคยได้ยินเรื่องเล่าในตำนานของเปรูหลายๆ อย่างจากปู่ของเขา ทั้งเรื่องเมืองที่ทำจากทองคำ ตำนานความโหดเหี้ยมของป่าอเมซอนหรือแม้แต่แม่น้ำที่เดือดตลอดเวลาแห่งนี้ด้วย เขาคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล่าไม่มีอยู่จริง

จนกระทั่งโตขึ้นเขาเริ่มศึกษาและจบปริญญาเอกสาขาธรณีวิทยา ซึ่งในตอนนั้นเขาก็ได้กลับมาฉุกคิดเรื่องเล่าของปู่อีกครั้ง เรื่องเล่าเกี่ยวกับแม่น้ำที่เดือดตลอดเวลาว่ามันมีจริงๆ เหรอ? เขาถามทั้งเพื่อน เจ้าหน้าที่รัฐ หรือบริษัทใหญ่ๆ ทุกคนก็ล้วนบอกว่า มันไม่มีอยู่จริง…

 

 

ซึ่งตัว Andrés ก็คิดเช่นเดียวกันว่า ถ้ามันจะมีแม่น้ำที่เดือดตลอด หรือมีน้ำพุร้อนมันก็จะต้องมีเรื่องของภูเขาไฟมาเกี่ยวข้อง แต่เขาพบว่าป่าอเมซอนในประเทศเปรู มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับภูเขาไฟเลย แล้วแบบนี้แม่น้ำที่เดือดตลอดจะมีจริงได้ยังไง?

ทว่าสุดท้ายเรื่องราวนี้ก็ถูกยืนยันโดยตัวป้าและลุงของเขาเอง ซึ่งนั่นทำให้ป้าของเขากลายเป็นไกด์และนำพาตัวเขาไปยังแม่น้ำที่เดือดตลอดเวลาในอเมซอน ที่นั่นเขาก็ได้พิสูจน์ด้วยตาแล้วว่ามันมีจริงๆ แม่น้ำที่เดือดตามธรรมชาติไม่ใช่แค่ตำนาน แถมยังมีชาวบ้านอาศัยอยู่ใกล้ๆ ทำหน้าที่เป็นเหมือนหมอผีอีกด้วย

นับตั้งแต่การค้นพบในปี 2011 ของเขา เขาได้เดินทางไปยังที่แห่งนี้ทุกปีเพื่อศึกษาว่าทำไมแม่น้ำแห่งนี้จะมีความร้อนมากกว่าปกติ จนเขาค้นพบว่าความร้อนเหล่านั้น ถูกส่งตรงมาจากแกนโลกผ่านทางรอยแยกของพื้นทวีิป

 

ดูสิเดือดปุ๊ดๆ

 

แค่เห็นก็กลัวแล้วจ้า

 

นอกจากนั้นถ้าใครสงสัยว่ามันร้อนขนาดไหน Andrés ก็ยกตัวอย่างว่าปกติร่างกายเราโดนน้ำอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสก็แสบๆ ร้อนๆ แล้ว ส่วนเราต้มกาแฟที่ราวๆ 50-60 องศา

แต่เนี่ยมันร้อนถึง 80 องศาและอาจจะไปได้ถึง 100 เลยทีเดียว ร้อนขนาดที่ถ้ากบตกลงไป ไม่กีวินาทีตาของมันก็จะสุก ร่างกายก็จะเริ่มตายทีละนิดๆ ฉะนั้นต้องระวังให้ดี

 

 

สุดท้ายแล้ว Andrés ก็ได้บอกว่า เรื่องราวของแม่น้ำนี้ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเสริมของความจริงที่ว่า โลกเรายังมีพื้นที่อีกมากมาย ที่เราไม่รู้เราควรจะออกไปสำรวจมัน และเราก็จะได้พบกับสถานที่อัศจรรย์แบบนี้อีกเพียบเลยล่ะ

 

ลองดูคลิปแม่น้ำสุดเดือดนี้ข้างล่างเลยจ้า

 

ที่มา ladbible

AKB481

อดีตสมาชิกวง AKB48 ออกมาพูดถึงกรณีย้อมผมดำในโรงเรียน เพราะเคยถูกบังคับเช่นกัน

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้พูดถึงกรณีของหญิงสาววัย 18 ปีจากโอซาก้ารายหนึ่ง ที่ถูกทางโรงเรียนบังคับให้ย้อมผมสีดำ ซึ่งถ้าหากเธอไม่ยอมทำตามกฎเธอจะไม่มีสิทธิ์ได้กลับเข้ามาเรียนอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม สาวรายนี้ก็ได้ยื่นเรื่องต่อศาลแขวงโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อฟ้องค่าเสียหายกว่า 2.2 ล้านเยน (ราวๆ 640,000 บาท) ขณะที่ทางการโอซาก้ารวมถึงโรงเรียนมัธยมก็ได้พยายามที่จะคัดค้านศาลให้ยกเลิกคดีนี้

ทางด้านโรงเรียนก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า การย้อมผมสีดำเป็นกฎของทางโรงเรียน ต่อให้เป็นนักเรียนต่างชาติที่มีผมสีบลอนด์ก็จะต้องย้อมผมให้เป็นสีดำอยู่ดี

(คุณสามารถอ่านเรื่องราวย้อนหลังได้ที่นี่ : เด็กนักเรียนญี่ปุ่นยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ เพราะบังคับให้ย้อมผมสีดำ ทั้งที่ผมสีน้ำตาลโดยกำเนิด)

 

 

ประเด็นนี้ได้กลายเป็นที่พูดถึง และได้รับความสนใจในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ถึงขนาดทำให้ Sayaka Akimoto ลูกครึ่งสาวชาวฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น อดีตสมาชิกแห่งวง AKB48 ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของเธอเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

 

Sayaka Akimoto อดีตสมาชิกวง AKB48

 

โดยเธอได้แบ่งปันประสบการณ์ของเธอ ในฐานะที่เคยเป็นนักเรียนมัธยมปลายของญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีสีผมดำตามธรรมชาติว่า “ตอนที่ฉันอยู่โรงเรียนมัธยม ฉันก็ถูกบังคับให้ย้อมผมสีดำอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าฉันจะไม่อยากทำก็ตาม แต่สุดท้ายฉันก็จำใจยอมย้อมผมให้เป็นสีดำ

และเมื่อฉันไปทำผมสีดำ พ่อของฉันก็พูดว่า…’นั่นผมสีอะไรของเธอ?’ ซึ่งเวลาที่เขาไปโรงเรียนของฉัน เขามักจะพูดว่า ‘ปกติแล้วลูกสาวของผมมีผมสีแดง’ ในเวลานั้นฉันตระหนักว่ากฎก็มีความสำคัญ แต่มันน่าจะมีอะไรหลายอย่างที่สำคัญมากกว่า”

 

 

ภายหลังจากที่เธอได้โพสต์แสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ บรรดาชาวเน็ตต่างก็พากันเข้ามาชื่นชมคุณพ่อ Sayaka กันอย่างมากมาย โดยหลายๆ คนต่างก็เข้ามาพูดถึงความไร้เหตุผลของคดีเด็กสาววัย 18 และระบบการศึกษาของญี่ปุ่น

นอกจากนี้ มีชาวเน็ตรายหนึ่งได้เข้ามาแสดงความเห็นของเขาว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหากับโอซาก้า มันคือการศึกษาโดยรวมของเรา การบังคับให้คนย้อมผมนั้นถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเห็นได้ชัด”

ที่มา : rocketnews24